 |
รัฐบาลได้แถลงนโยบายด้านการศึกษา
ต่อรัฐสภา เมื่อวันจันทร์ที่ 23
สิงหาคม 2554
ทั้งนี้ในฐานะของนักการศึกษา
จึงควรร่วมกันติดตาม
ตรวจสอบการดำเนินงานของรัฐบาลให้เป็นไปตามนโยบายที่ได้แถลงไว้
สำนักประกันคุณภาพฯ
จึงขอนำเสนอคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี
ด้านการศึกษา ดังนี้
รัฐบาลแถลงนโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต
นโยบายการศึกษา
1.
เร่งพัฒนาคุณภาพการศึกษา
โดยการปฏิรูประบบความรู้ของสังคมไทย
อันประกอบด้วยการยกระดับองค์ความรู้ให้ได้มาตรฐานสากล
จัดให้มีโครงการตำราแห่งชาติที่บรรจุความรู้ที่ก้าวหน้าและได้มาตรฐานทั้งความรู้ที่เป็นสากลและภูมิปัญญาท้องถิ่น
ส่งเสริมการอ่าน
พร้อมทั้งส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศและภาษาถิ่น
จัดให้มีระบบการจัดการความรู้
ปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาทุกระดับให้รองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกและทัดเทียมกับมาตรฐานสากลบนความเป็นท้องถิ่นและความเป็นไทย
เพิ่มผลสัมฤทธิ์ของการศึกษาทุกระดับชั้น
โดยวัดผลจากการผ่านการทดสอบมาตรฐานในระดับชาติและนานาชาติ
ขจัดความไม่รู้หนังสือให้สิ้นไปจากสังคมไทย
จัดให้มีครูดีเพียงพอในทุกห้องเรียน
ให้มีโรงเรียนและสถาบันอาชีวศึกษา
คุณภาพสูงในทุกพื้นที่
พัฒนามหาวิทยาลัยเข้าสู่ระดับโลก
พัฒนาระบบการศึกษาให้ผู้เรียนมีความรู้คู่คุณธรรม
มุ่งการสร้างจริยธรรมในระดับปัจเจก
รวมทั้งสร้างความตระหนักในสิทธิและหน้าที่ความเสมอภาค
และดำเนินการให้การศึกษาเป็นพื้นฐานของสังคมประชาธิปไตยที่แท้จริง
ปรับปรุงโครงสร้างระบบบริหารการศึกษาโดยกระจายอำนาจสู่พื้นที่ให้เสร็จสมบูรณ์โดยเริ่มจากพื้นที่ที่มีความพร้อม
2.
สร้างโอกาสทางการศึกษา
กระจายโอกาสทางการศึกษาในสังคมไทย
โดยคำนึงถึงการสร้างความเสมอภาคและความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นแก่ประชากรทุกกลุ่ม
ซึ่งรวมถึงผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส
ผู้พิการ
ผู้บกพร่องทางกายและการเรียนรู้
รวมทั้งชนกลุ่มน้อย
โดยส่งเสริมการให้ความรู้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาถึงแรกเกิดให้ได้รับการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพทั้งแม่และเด็ก
สนับสนุนการจัดการศึกษาตามวัยและพัฒนาการอย่างมีคุณภาพตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน
โดยจัดให้มีการเทียบโอนวุฒิการศึกษาสำหรับกลุ่มที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
เช่น กลุ่มแม่บ้าน
จัดให้มีระบบสะสมผลการศึกษาและการเทียบโอนเพื่อขยายโอกาสให้กว้างขวางและลดปัญหาคนออกจากระบบการศึกษา
นอกจากนี้
จะดำเนินการลดข้อจำกัดของการเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษาชั้นสูง
โดยจัดให้มี
"โครงการเงินกู้เพื่อการศึกษาที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคต"
โดยให้ผู้กู้เริ่มใช้คืนต่อเมื่อมีรายได้เพียงพอที่จะเลี้ยงตัวได้
พักชำระหนี้แก่ผู้เป็นหนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา
โดยปรับเปลี่ยนการชำระหนี้เป็นระบบที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคต
ปรับปรุงระบบการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อทุกระดับให้เอื้อต่อการกระจายโอกาส
โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะจัดให้มีระบบคัดเลือกกลางเพื่อเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยที่มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม
ดำเนิน "โครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน"
เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กไทยได้ไปเรียนต่อต่างประเทศจัดการศึกษาชุมชนเพื่อมุ่งให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้และการศึกษาตลอดชีวิต
3.
ปฏิรูปครู
ยกฐานะครูให้เป็นวิชาชีพชั้นสูง
อย่างแท้จริง
โดยปฏิรูประบบการผลิตครูให้มีคุณภาพทัดเทียมกับนานาชาติ
สร้างแรงจูงใจให้คนเรียนดีและมีคุณธรรมเข้าสู่วิชาชีพครู
ปรับปรุงระบบเงินเดือนและค่าตอบแทนครู
พัฒนาระบบความก้าวหน้าของครูโดยใช้การประเมินเชิงประจักษ์ที่อิงขีดความสามารถและวัดสัมฤทธิผลของการจัดการศึกษาเป็นหลัก
จัดระบบการศึกษาและฝึกอบรมเพื่อพัฒนาคุณภาพครูอย่างต่อเนื่อง
แก้ปัญหาหนี้สินครู
โดยการพักชำระหนี้และการปรับโครงสร้างหนี้ตามนโยบายแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนของรัฐบาล
พัฒนาระบบภูมิสารสนเทศเพื่อใช้ในการกระจายครู
ขจัดปัญหาการขาดแคลนครูในสาระวิชาหลัก
เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษา
4.
จัดการศึกษาขั้นอุดมศึกษาและอาชีวศึกษา
ให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน
ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ
โดยกระบวนการสร้างประสบการณ์ระหว่างเรียนอย่างเหมาะสม
และสนับสนุนการสร้างรายได้ระหว่างเรียนและสนับสนุนให้ผู้สำเร็จการศึกษามีงานทำได้ทันที
โดยความร่วมมือระหว่างแหล่งงานกับสถานศึกษา
ส่งเสริมให้มีศูนย์อบรมอาชีวศึกษาเพื่อให้นักเรียน
นักศึกษาและประชาชนสามารถเรียนรู้หาประสบการณ์ก่อนไปประกอบอาชีพโดยให้สถาบันอาชีวศึกษาดำเนินการร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละอาชีพ
รวมทั้งจัดให้มีศูนย์ซ่อมสร้างประจำชุมชนเพื่อฝึกฝนช่างมือและการสร้างทักษะในการให้บริการแก่ประชาชน
ทั้งนี้จะดำเนินการร่วมกับภาคเอกชนอย่างแท้จริง
เพื่อส่งเสริมการศึกษาในสายอาชีวศึกษาให้เป็นที่ยอมรับและสามารถมีรายได้สูงตามความสามารถ
5.
เร่งพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
เพื่อการศึกษาให้ทัดเทียมกับนานาชาติ
โดยใช้เป็นเครื่องมือในการเร่งยกระดับคุณภาพและการกระจายโอกาสทางการศึกษา
จัดให้มีระบบการเรียนแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ
เพื่อเป็นกลไกในการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์การเรียนรู้
ให้เป็นแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
และเอื้อให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต
พัฒนาเครือข่ายสารสนเทศเพื่อการศึกษา
พัฒนาระบบ "ไซเบอร์โฮม"
ที่สามารถส่งความรู้มายังผู้เรียนโดยระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
ส่งเสริมให้นักเรียนทุกระดับชั้นได้ใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์แท๊บเล็ตเพื่อการศึกษา
ขยายระบบโทรทัศน์เพื่อการศึกษาให้กว้างขวาง
ปรับปรุงห้องเรียนนำร่องให้ได้มาตรฐานห้องเรียนอิเล็กทรอนิกส์รวมทั้งเร่งดำเนินการให้
"กองทุนเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา"
สามารถดำเนินการตามภารกิจ
6.
สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างทุนปัญญาของชาติ
พัฒนามหาวิทยาลัยให้มุ่งสู่การเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยระดับโลก
ระดมสรรพกำลัง
เพื่อพัฒนาระบบเครือข่ายการวิจัยแห่งชาติ
เพื่อสร้างทุนทางปัญญาและนวัตกรรม
ผลักดันให้ประเทศสามารถพึ่งตนเองได้ทางเทคโนโลยีเพื่อนำไปสู่การสร้างรากฐานใหม่ของเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม
จัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อการวิจัยสำหรับสาขาวิชาที่จำเป็น
พัฒนาโครงสร้างการบริหารงานวิจัยของชาติโดยเน้นความสัมพันธ์อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพระหว่างองค์กรบริหารงานวิจัยกับสถาบันอุดมศึกษา
7.
เพิ่มขีดความสามารถของทรัพยากรมนุษย์
เพื่อรองรับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียน
โดยร่วมมือกับภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาในการวางแผนการผลิตและพัฒนากำลังคนให้มีคุณภาพและปริมาณเพียงพอ
สอดคล้องตามความต้องการของภาคการผลิตและพัฒนากำลังคนให้มีคุณภาพและปริมาณเพียงพอ
สอดคล้องตามความต้องการของภาคการผลิตและบริการ
เร่งรัดการจัดทำมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพรับรองสมรรถนะการปฏิบัติงานตามมาตรฐานอาชีพ
และการจัดทำมาตรฐานฝีมือแรงงานให้ครบทุกอุตสาหกรรรม
|
|
|
 |
ประกาศมหาวิทยาลัยสยาม
เรื่อง ข้อกำหนดพฤติกรรมด้านคุณธรรม
จริยธรรม
สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยสยาม
ข้อ 1.
มีความซื่อสัตย์
มุ่งเน้นให้นักศึกษาเป็นผู้มีความประพฤติซื่อสัตย์
ยึดมั่นในหลักการของความถูกต้อง
ทั้งต่อตนเอง ต่อหน้าที่ ต่อวิชาชีพ
ต่อประเทศชาติ มีความจริงใจ
และปลอดจากความรู้สึกลำเอียงอันจะนำไปสู่ความอคติ
ข้อ 2. มีความขยัน
มุ่งเน้นให้นักศึกษามีความประพฤติที่มุ่งมั่น
อุตสาหะ พยายาม
ไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรค
มีพฤติกรรมที่แสดงถึงการใฝ่รู้
ใฝ่เรียน
มีความตั้งใจในการศึกษาเล่าเรียน
และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
ข้อ 3. มีคุณธรรม
มุ่งเน้นให้นักศึกษาเป็นผู้มีจิตใจดีงาม
รู้ผิดชอบชั่วดี
สามารถควบคุมความประพฤติ กริยามารยาท
การพูดจาที่เหมาะสม
และยึดมั่นในจริยธรรมอันดีงาม
(คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดประกาศ) |
|
ขอแสดงความยินดีกับผู้อำนวยการสำนักประกันคุณภาพการศึกษา
พลเรือตรีหญิง ดร.สุภัทรา เอื้อวงศ์
ซึ่งได้รับรางวัลการประกาศเกียรติคุณศิษย์เก่าดีเด่น
ของสาขาบริหารการศึกษา
ภาควิชานโยบาย
การจัดการและความเป็นผู้นำทางการศึกษา
คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2554 ที่ผ่านมา |
 |
|
แผนการดำเนินการประเมินคุณภาพภายในระดับภาควิชา
และคณะวิชา ประจำภาคการศึกษาที่ 1/2554
ตามระบบประกันคุณภาพภายในของมหาวิทยาลัยสยาม
กำหนดให้มีการดำเนินการประเมินคุณภาพภายในอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งการประเมินคุณภาพในภาคการศึกษาที่ 1/2554
กำหนดการมีดังนี้
|
รายการ |
วัน/เดือน/ปี |
หมายเหตุ |
|
1.
ภาควิชารับการติดตามผลการดำเนินงาน
หรือรับการประเมินคุณภาพภายใน |
ภายในวันศุกร์ที่ 9
ธันวาคม 2554 |
จัดดำเนินการโดยคณะวิชา |
|
2.
คณะวิชาเสนอชื่อผู้ประเมินคุณภาพภายใน
จำนวน 3 คน |
ภายในวันศุกร์ที่ 9
ธันวาคม 2554 |
สำนักประกันคุณภาพฯ
จัดทำคำสั่งแต่งตั้งเพื่อขออนุมัติจากอธิการบดี |
|
3.
คณะวิชารวบรวมผลการดำเนินงานระดับภาควิชา
เพื่อจัดทำ SAR
ระดับคณะวิชา |
ภายในวันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม 2554 |
|
|
4. คณะวิชาส่ง
SAR
ถึงผู้ประเมิน |
ภายในวันศุกร์ที่
6 มกราคม 2555 |
|
|
5.
คณะวิชาจัดการประเมินคุณภาพภายในระดับคณะวิชา
ภาคการศึกษาที่ 1/2554 |
วันจันทร์ที่ 23-
วันศุกร์ที่ 27 มกราคม 2555 |
|
|
6.
คณะวิชาส่งผลการประเมินจากคณะผู้ประเมินยังสำนักประกันคุณภาพการศึกษา |
ภายในวันศุกร์ที่ 3
กุมภาพันธ์ 2555 |
ผลการประเมินที่ส่งยังสำนักประกันคุณภาพฯนั้น
คณบดีต้องเซ็นรับรองผลการประเมินเรียบร้อยแล้ว |
|
7. คณะวิชาส่ง
SAR
ระดับคณะวิชา
(ฉบับปรับหลังการประเมิน)
ส่งยังสำนักประกันคุณภาพการศึกษา
จำนวน 1 เล่ม |
ภายในวันศุกร์ที่ 17
กุมภาพันธ์ 2555 |
|
|
เอกสารทั่วไปสำหรับการประเมินคุณภาพการศึกษา
| |
ข้อมูลทั่วไปสำหรับการเขียน
SAR |
 |
- จำนวนนักศึกษาทั้งหมดและจำนวนนักศึกษาเต็มเวลาเทียบเท่า
ภาคการศึกษาที่ 1/2554 |
| |
ตัวบ่งชี้
เกณฑ์การประเมินคุณภาพภายใน ปีการศึกษา 2554 |
 |
-
คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา
ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2553 (February 2554)
ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)
- ระดับภาควิชา ประเมิน 8 องค์ประกอบ
(ยกเว้นองค์ประกอบที่ 8)
- ระดับคณะวิชา ประเมินทั้ง 9 องค์ประกอบ |
 |
-
คู่มือการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม
ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2554 (สมศ.)
สำหรับภาคการศึกษาที่ 1/2554
- ระดับภาควิชา ประเมิน
10 ตัวบ่งชี้ (ยกเว้นตัวบ่งชี้ที่ 1, 2, 3, 4, 12, 13, 15, 16.1,
16.2, 17)
- ระดับคณะวิชา ประเมิน 16 ตัวบ่งชี้ (ยกเว้นตัวบ่งชี้ที่ 1, 2,
3, 4, 12, 13, 15, 16.2)
หากคณะใดที่จะประเมินในตัวบ่งชี้ที่ 17,18.1,18.2 โดยกำหนดเอกลักษณ์ หรือผลการชี้นำ
ป้องกัน หรือแก้ปัญหาของสังคมในประเด็นที่แตกต่างจากสถาบัน จะต้องทำเรื่องถึงสภาสถาบัน)
|
|
|
*
สำหรับภาคการศึกษาที่ 1/2554
คณะวิชาจะเป็นผู้บริหารจัดการติดตามผลการดำเนินงาน
โดยภาควิชาจะรายงานผลการดำเนินงานตามตัวบ่งชี้
หรือ รับการประเมินคุณภาพ ก็ได้ |
 |
-
แบบฟอร์มแผนพัฒนาคุณภาพระดับคณะวิชา/สำนัก
ตามผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน ปีการศึกษา
2553 |
|
มหาวิทยาลัยสยามรับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม
โดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
(สมศ.)
เมื่อวันจันทร์ที่ 5 - วันพุธที่ 7 กันยายน 2554
โดยมีคณะผู้ประเมินดังนี้
1.รองศาสตราจารย์ ดร.วิชัย
แหวนเพชร
2.รองศาสตราจารย์ ดร.ชิรวัฒน์ นิจเนตร
3.รองศาสตราจารย์ ดร.สุวรรณา
จันทร์ประเสริฐ
4.รองศาสตราจารย์ชาญ ถนัดงาน
5.อาจารย์สิทธิชัย ธรรมเสน่ห์
6.อาจารย์ภัทราพันธ์
หรุ่นรักวิทย์
|
สำนักประกันคุณภาพการศึกษา
เปิดรับสมัครนักวิชาการศึกษา 1 ตำแหน่ง
(ด่วน)
คุณสมบัติ
1. วุฒิการศึกษาไม่น้อยกว่าปริญญาโท
2. จบสาขาทางการศึกษา การวิจัย
การประเมินผล หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
3.
ประสบการณ์ผ่านงานทางด้านการศึกษาอย่างน้อย 1
ปี
4.
มีความรู้ความเข้าใจในการประกันคุณภาพการศึกษา
มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
ยื่นประวัติมาที่
qa.siamu@gmail.com
หรือสอบถามรายละเอียดโทร. 02-4570068 ต่อ 241
|
แบบฟอร์ม แผนพัฒนาคณะวิชา/สำนัก
ตามผลการประเมินคุณภาพภายใน ปีการศึกษา 2552
(ดาวน์โหลด)
จากนโยบายอธิการบดีในที่ประชุมรองอธิการบดีกำหนดให้ภายหลังการประเมินคุณภาพภายในระดับคณะวิชา/สำนัก
ให้คณะวิชา/สำนักนำผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน
ปีการศึกษา
2552
และข้อเสนอแนะจากคณะผู้ประเมินมาพิจารณาและจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพเพื่อปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานต่อไป
ทั้งนี้แผนพัฒนาคุณภาพของคณะวิชา/สำนักนั้น
สำนักประกันคุณภาพการศึกษาจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษาในรอบเดือนกันยายน
และรายงานต่อมหาวิทยาลัยต่อไป
|